
ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection)

การทำ ICSI (อิ๊กซี่) คือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ขั้นสูงที่พัฒนาต่อยอดมาจาก IVF (การทำเด็กหลอดแก้ว) ออกแบบมาเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดในกระบวนการปฏิสนธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากปัจจัยทางฝ่ายชายในระดับรุนแรง หรือผู้ที่เคยประสบปัญหาไข่ไม่ปฏิสนธิจากการทำเด็กหลอดแก้วในรอบก่อนหน้า
ข้อแตกต่างระหว่าง IVF และ ICSI
แม้ว่าทั้งสองวิธีจะเป็นการปฏิสนธิภายนอกร่างกายเหมือนกัน แต่ความแตกต่างสำคัญจะอยู่ที่ เทคนิคในขั้นตอนการปฏิสนธิ:
-
การทำ IVF แบบดั้งเดิม: ไข่และอสุจิจะถูกนำมาวางรวมกันในจานเพาะเลี้ยงพิเศษ เพื่อให้อสุจิที่แข็งแรงที่สุดว่ายเข้าไปเจาะและปฏิสนธิกับไข่ตามธรรมชาติ
-
การทำ ICSI: นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนผู้เชี่ยวชาญจะใช้เครื่องมือกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง คัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุดเพียง 1 ตัว แล้วใช้เข็มขนาดเล็กฉีดเข้าสู่ศูนย์กลางของไข่ 1 ฟองโดยตรง
มุมมองของคนไข้
🌸 การเข้ารับการทำ ICSI ในมุมมองของคนไข้เป็นอย่างไร?
ในมุมมองของคนไข้ การเข้ารับการรักษาด้วยวิธี ICSI ไม่ได้มีความแตกต่างจากการทำ IVF (เด็กหลอดแก้ว) แบบดั้งเดิมเลย ทั้งตารางการใช้ยากระตุ้น กำหนดการมาพบแพทย์ และขั้นตอนการเก็บไข่ ล้วนเหมือนกันทุกประการ
ความแม่นยำและความละเอียดยิ่งขึ้นของการทำ ICSI จะเกิดขึ้นภายในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryology Laboratory) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลทั้งหมด จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและการดูแลเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่และอสุจิ) ของคุณอย่างพิถีพิถัน
เงื่อนไขและข้อบ่งชี้ทางคลินิก
การทำ ICSI เหมาะสำหรับใคร?
การทำ ICSI มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่แนะนำเป็นพิเศษสำหรับคู่สมรสที่มีภาวะดังต่อไปนี้:
1. ปัจจัยด้านสุขภาพฝ่ายชาย (Male Factor Infertility)
-
จำนวนอสุจิน้อยกว่าเกณฑ์อย่างมาก (Oligozoospermia)
-
อสุจิเคลื่อนที่ได้ไม่ดี (Asthenozoospermia) หรือมีรูปร่างผิดปกติ (Teratozoospermia)
-
อสุจิที่ต้องเก็บผ่านการผ่าตัดหรือเจาะเก็บจากอัณฑะและท่อพักอสุจิ เช่น วิธี MESA, PESA, TESA หรือ TESE
2. ปัจจัยด้านสุขภาพฝ่ายหญิงและท่อนำไข่ (Female & Tubal Factors)
-
ท่อนำไข่อุดตัน เสียหาย หรือผ่านการผ่าตัดทำหมัน/ตัดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง
3. ประวัติการรักษาในอดีต
-
คู่สมรสที่มีอัตราการปฏิสนธิต่ำ หรือประสบภาวะไม่เกิดการปฏิสนธิเลยจากการทำ IVF แบบดั้งเดิมในรอบก่อนหน้า
ขั้นตอนการรักษาด้วยเทคนิค ICSI
1. การปรึกษาเบื้องต้นและการวางแผนการรักษา - ตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียดร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อวิเคราะห์ประวัติทางการแพทย์และออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล
2. การตรวจวินิจฉัยและคัดกรองทางการแพทย์
-
การตรวจเลือดหาค่า AMH (Anti-Müllerian Hormone): เพื่อประเมินการทำงานและจำนวนฟองไข่สะสมในรังไข่
-
การตรวจวิเคราะห์อสุจิ (Semen Analysis): เพื่อประเมินจำนวน การเคลื่อนที่ และความสมบูรณ์ของรูปร่างอสุจิ
3. การกระตุ้นไข่ - การใช้ยากระตุ้นรังไข่ภายใต้การดูแลและติดตามผลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อกระตุ้นให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์หลายฟอง
4. การเก็บไข่และการเก็บอสุจิ - ทำการเก็บไข่ (OPU) ผ่านทางช่องคลอดภายใต้การให้ยาระงับความรู้สึกอย่างปลอดภัย พร้อมกับการเตรียมอสุจิสดหรืออสุจิแช่แข็งในห้องปฏิบัติการ
5. การทำ ICSI และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน - การฉีดอสุจิที่คัดเลือกแล้ว 1 ตัวเข้าสู่ไข่แต่ละฟองโดยตรง และเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst: ระยะ 5–6 วัน)
6. การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน PGT-A (ตามคำแนะนำของแพทย์/ทางเลือกเพิ่มเติม) - การตรวจทางพันธุกรรมระยะก่อนการฝังตัว เพื่อคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
7. การเตรียมโพรงมดลูก - การใช้ยาปรับระดับฮอร์โมนเพื่อเตรียมความหนาและความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
8. การย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก - การย้ายตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อก่อให้เกิดการตั้งครรภ์
คุณพร้อมสำหรับการเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นพ่อแม่แล้วหรือยัง?
เริ่มต้นก้าวแรกอย่างมั่นใจ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมมอบคำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล การดูแลที่เป็นระบบตามมาตรฐานสากล และความใส่ใจในทุกขั้นตอน
🟢 นัดหมายปรึกษาแพทย์ผ่าน


สนใจเข้ารับการปรึกษา คลินิกรักษามีบุตรยาก
