top of page

PGT (การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว)

เข้าใจทุกมิติของตัวอ่อน พร้อมวางแผนก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ

จาก DNA สู่ตัวอ่อน.png
  • ตัวอ่อนทุกตัวมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่ได้รับมาจากพ่อและแม่ บางครั้งความแตกต่างของจำนวนหรือโครงสร้างโครโมโซม หรือการเปลี่ยนแปลงของยีนบางตัว อาจส่งผลต่อตัวอ่อนหรือลูกในอนาคตได้​

  • การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Testing: PGT) คือการตรวจเซลล์จากตัวอ่อนที่ได้จากการทำ IVF หรือ ICSI ก่อนเลือกตัวอ่อนมาย้าย เพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการรักษา โดย PGT แต่ละประเภทตรวจหาความผิดปกติที่แตกต่างกัน

ที่สยามเฟอร์ทิลิตี้คลินิก (Siam Fertility Clinic) มีการตรวจให้เลือก 3 แบบ คือ PGT-A, PGT-M และ PGT-SR การตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับคำถามที่คุณต้องการคำตอบ ประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัวของคุณ รวมถึงผลตรวจพันธุกรรมที่คุณมีอยู่แล้ว​​

1. PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) (เดิมที PGT-A รู้จักกันในชื่อ PGS)
โดยปกติแล้ว เซลล์ของคนเราจะมีโครโมโซม 23 คู่ (รวม 46 แท่ง) ซึ่งทำหน้าที่เก็บรหัสพันธุกรรมสำคัญทั้งหมดที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย หากตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมขาดหรือเกินไปแม้แต่แท่งเดียว หรือเรียกว่าภาวะ Aneuploidy 

​

การตรวจ PGT-A ที่ Siam Fertility Clinic ครอบคลุม: 

  • จำนวนโครโมโซม (Chromosome number) ตรวจดูว่าตัวอ่อนมีโครโมโซมขาดหรือเกินทั้งแท่งหรือไม่

  • การแปรผันของจำนวนชุดยีน (Copy-number variations - CNVs) ตรวจดูว่ามีบางส่วนของโครโมโซมขาดหายไปหรือเพิ่มขึ้นหรือไม่

  • จำนวนชุดของโครโมโซม (Ploidy) ตรวจดูว่าตัวอ่อนมีชุดโครโมโซมครบถ้วนตามปกติหรือไม่

​

PGT-A ช่วยในการรักษาได้อย่างไร?

ตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมผิดปกติ มักจะมีอัตราการฝังตัวต่ำ และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การทำเด็กหลอดแก้วไม่สำเร็จ หรือเกิดการแท้งบุตรในระยะแรก การตรวจ PGT-A จะช่วยให้คุณและแพทย์วางแผนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น:

  • เลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ (Euploid) ย้ายเข้าโพรงมดลูกเป็นลำดับแรก

  • ช่วยลดโอกาสย้ายตัวอ่อนที่มีแนวโน้มไม่ฝังตัวหรือแท้งในระยะแรก และอาจลดจำนวนรอบย้ายที่ไม่จำเป็นในบางราย

  • เป็นประโยชน์ในผู้ที่มีประวัติแท้งซ้ำ หรือเคยย้ายตัวอ่อนแล้วไม่สำเร็จ

** PGT-A เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อประกอบการเลือกตัวอ่อน ไม่ได้รับประกันการตั้งครรภ์หรือการคลอด ผลที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นกับปัจจัยอื่น เช่น ความพร้อมของโพรงมดลูก และสุขภาพโดยรวมของคุณแม่

 

ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจ PGT-A?

แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ หากคุณมีลักษณะดังนี้:

  • ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป (คุณภาพไข่ลดลงตามอายุ)

  • ผู้ที่มีประวัติแท้งซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ผู้ที่เคยทำ IVF แล้วไม่สำเร็จในรอบก่อนหน้า

PGT-A ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แพทย์จะช่วยประเมินตามประวัติของคุณ​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​2. PGT-M (Preimplantation Genetic Testing for Monogenic Disorders)

การตรวจตัวอ่อนเพื่อหาโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนเดี่ยวที่ถ่ายทอดในครอบครัว เช่น ธาลัสซีเมีย

 

ยีนคือส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอที่เก็บรหัสคำสั่งสำหรับการพัฒนาและการทำงานของร่างกาย เราแต่ละคนได้รับยีนจากพ่อ 1 ชุดและจากแม่ 1 ชุด หากยีนชุดใดชุดหนึ่งหรือทั้งสองชุดกลายพันธุ์ พ่อแม่อาจถ่ายทอดยีนที่กลายพันธุ์นั้นไปยังลูก ซึ่งอาจทำให้ลูกเป็นพาหะหรือเป็นโรคได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการถ่ายทอดของโรคนั้น

​

PGT-M ตรวจได้เฉพาะการกลายพันธุ์ที่ทราบแล้วว่าอยู่ที่ยีนตำแหน่งใด ซึ่งมักทราบจากผลตรวจพันธุกรรมของพ่อแม่ หรือของลูกที่ป่วยอยู่ก่อน ทีมพันธุศาสตร์จะใช้ข้อมูลนี้ออกแบบการตรวจสำหรับครอบครัวนั้นโดยเฉพาะ

 

ข้อแตกต่าง: PGT-A เน้นดูจำนวนโครโมโซมทั้งหมด ส่วน PGT-M ตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนเดียวที่ถูกระบุไว้แล้วในครอบครัว

​

PGT-M ช่วยในการรักษาได้อย่างไร?

ช่วยแยกตัวอ่อนที่ไม่ได้รับยีนกลายพันธุ์ดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงในการส่งต่อโรคทางพันธุกรรมที่รุนแรงไปยังลูก

​

ขอบเขตของการตรวจ
PGT-M ตรวจเฉพาะยีนที่ระบุไว้แล้วในครอบครัวเท่านั้น จึงไม่ใช่การตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมทั้งหมด และไม่ได้รับประกันว่าลูกจะไม่เป็นโรคอื่น เช่น โรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ใหม่ โรคที่เกิดจากหลายยีนร่วมกับสิ่งแวดล้อม (เช่น เบาหวานหรือโรคหัวใจ) หรือมะเร็งส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นภายหลังในเซลล์ร่างกาย

** PGT-M ไม่สามารถรับประกันการฝังตัวหรือการตั้งครรภ์ได้ 100% ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

​

ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจ PGT-M?

  • คุณหรือคู่สมรสเป็นพาหะ หรือมียีนผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

  • มีบุตรที่ป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดยีนเดี่ยวอยู่ก่อนแล้ว

  • มีประวัติโรคทางพันธุกรรมชนิดยีนเดี่ยวในครอบครัว

​

ตัวอย่างโรคทางพันธุกรรมชนิดยีนเดี่ยวที่ตรวจด้วย PGT-M ได้

  • โรคธาลัสซีเมีย (รวมถึง เบต้า-ธาลัสซีเมีย และ HbE/เบต้า-ธาลัสซีเมีย)

  • โรคฮีโมฟีเลีย เอ และ บี (โรคเลือดไหลไม่หยุด)

  • โรคกล้ามเนื้อลีบดูเชน (Duchenne muscular dystrophy)

  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากเซลล์ประสาทไขสันหลังเสื่อม (SMA)

  • โรคถุงน้ำในไตชนิดถ่ายทอดแบบยีนเด่น (ADPKD)

(การยืนยันว่าโรคของคุณสามารถตรวจได้หรือไม่ ต้องผ่านการประเมินจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์ก่อนเสมอ)

​

​​​​3. PGT-SR (Preimplantation Genetic Testing for Structural Rearrangements)
เป็นการตรวจตัวอ่อนในกรณีที่คุณพ่อหรือคุณแม่มีความผิดปกติเชิงโครงสร้างของโครโมโซม เช่น การสลับที่ (Translocation) หรือการกลับหัว (Inversion) ซึ่งผู้ที่เป็นพาหะของความผิดปกตินี้มักมีสุขภาพแข็งแรงปกติ แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อโครโมโซมที่ถ่ายทอดไปยังตัวอ่อนได้

​

ข้อแตกต่าง: PGT-A จะตรวจนับจำนวนโครโมโซม ส่วน PGT-SR จะตรวจดูโครงสร้างของโครโมโซม

 

PGT-SR ช่วยในการรักษาได้อย่างไร?​

ช่วยระบุว่าตัวอ่อนมีโครงสร้างโครโมโซมที่ไม่สมดุล (Unbalanced) ซึ่งได้รับจากพ่อหรือแม่หรือไม่ เพื่อให้แพทย์เลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมสำหรับย้ายได้ดีขึ้น

** PGT-SR ไม่สามารถรับประกันการฝังตัวหรือการตั้งครรภ์ได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

​

ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจ PGT-SR?

แพทย์อาจแนะนำการตรวจนี้ หากคุณหรือคู่สมรส:

  • ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติของโครงสร้างโครโมโซม (เช่น Translocation)

  • มีประวัติแท้งซ้ำหลายครั้ง และมีสาเหตุที่อาจเชื่อมโยงกับโครงสร้างโครโมโซมของพ่อหรือแม่

​

ยังไม่แน่ใจว่าการตรวจแบบไหนเหมาะกับคุณ?

การตรวจ PGT ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ทีมแพทย์จะช่วยประเมินจากประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัวของคุณ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ ไม่ว่าจะเป็น PGT-A, PGT-SR หรือ PGT-M นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาได้ตั้งแต่วันนี้

pgt-a-pgt-m-pgt-sr-comparison-table.png
  • Whatsapp
  • Line
  • Facebook
  • Instagram
  • Youtube
  • Telephone Icon
  • mail icon

Siam Fertility Clinic 
เวลาทำการ : 07.30 น.  - 16.30 น.

ตราการควบคุม Siam Fertility Clinic คลินิกรักษาบุตรยากทำเด็กหลอดแก้ว IVF ICSI

สยาม เฟอร์ทิลิตี้ คลินิก

 

เป็นสถานพยาบาลเฉพาะทางด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ในกรุงเทพมหานคร ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559 ให้บริการตรวจวินิจฉัย ให้คำปรึกษา และดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก ได้แก่ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF), การทำอิ๊กซี่ (ICSI) และการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT) สำหรับคู่สมรส ผู้ประสบปัญหามีบุตรยาก ตลอดจนผู้ที่มีประวัติโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมในครอบครัว เรามุ่งมั่นสนับสนุนทุกการวางแผนครอบครัว ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์และกระบวนการดูแลเฉพาะบุคคล พร้อมให้บริการผู้เข้ารับการรักษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

​

​​Tel : 063-2025070, 098 - 0186832
Line ID : @siamfertility

WeChat : siamfc

Email : info@siamfertility.com

Address : 1015 อาคาร One Origin    สนามเป้า  ชั้น 18, แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม.  10400

bottom of page